5 คราฟต์เบียร์ ไทยที่คอเบียร์ไม่ควรพลาด!

คราฟต์เบียร์

นักดื่มมือฉมังหลายคนคงรู้จัก คราฟต์เบียร์ เป็นอย่างดี แต่สำหรับมือใหม่หัดดื่ม อาจจะเกิดอาการสงสัยเล็กน้อยว่า Craft Beer คืออะไร มีความแตกต่างจากเบียร์ปกติอย่างไร วันนี้เรามีคำตอบมาเฉลยกัน หากใครที่กำลังสนใจและยังไม่เคยได้ลิ้มรสชาติ และไม่รู้ว่าจะต้องเริ่มจากตรงไหน เรามี Craft Beer 5 ยี่ห้อของไทยที่รับรองได้เลยว่า เด็ดดวงไม่แพ้ชาติอื่นๆ มาฝากกันด้วย เหล่าคอเบียร์ไม่ควรพลาด!

คราฟต์เบียร์ เป็นเบียร์ที่เกิดจากผู้ผลิตรายเล็ก ทำให้การผลิตเบียร์มีจำกัด แต่มีอิสระในการผลิตมากกว่า โดยเฉพาะการหมักเบียร์ที่ส่วนใหญ่จะใช้วิธีแบบดั้งเดิม แถมยังลงมือผลิตด้วยตัวเองอีกด้วย ให้สมกับเป็นเบียร์ทำมือ ตั้งแต่หมัก บรรจุลงขวด และส่งขายเอง เป็นต้น แต่อย่างเพิ่งเข้าใจผิดว่า เบียร์ที่ผลิตขึ้นเองจะเป็น Craft Beer ทั้งหมด เพราะในวัฒนธรรมอเมริกาจะมีการต้มเบียร์ดื่มเองในบ้าน ทั้งสำหรับดื่มเอง หรือ ชวนเพื่อนมาปาร์ตี้ ซึ่งจะเรียกเบียร์ประเภทนี้ว่า Homebrew แต่หากเป็น Craft Beer อย่างน้อยจะผลิตมาจาก ‘โรงเบียร์ขนาดเล็ก’ ที่มีปริมาณเพียงพอในการวางจำหน่าย แต่ต้องไม่เกิน 7 ร้อยล้านลิตรต่อปีนะ

ซึ่งความสนุกของ Craft Beer มันเริ่มต้นจากการผลิตที่นำไปสู่รสชาติที่มีเอกลักษณ์ของแต่ละแบรนด์ เพราะการหมัก Craft Beer ผู้ผลิตสามารถนำวัตถุดิบที่หลากหลายมาผสมผสานกัน จนได้เบียร์ที่มีรสชาติต่างๆ อาทิ บางแบรนด์จะใส่ข้าวบาร์เลย์กับข้าวสาลีในการหมักพร้อมกัน ขณะที่บางแบรนด์ก็เพิ่มความร้อนแรงให้รสชาติด้วยขิง เป็นต้น และแน่นอนว่า เมื่อ Craft Beer มีรสชาติที่หลากหลาย ทำให้เป็นความสนุกในการดื่มไปด้วยเช่นกัน

 

คราฟต์เบียร์

 

Top 5 คราฟต์เบียร์ ไทยที่ขอบอกต่อ!

  1. Full Moon Brewworks (Chalawan Pale Ale)

เป็น Craft Beer แบรนด์ดัง เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปี 2010 ในฐานะ Microbrewery ที่จังหวัดภูเก็ต โดยปัจจุบันก็ยังเปิดให้บริการอยู่นะ ก่อนจะดำเนินการผลิตบรรจุขวดครั้งแรก เมื่อกลางปี 2015 ที่ผ่านมา ภายใต้ชื่อ Chalawan Pale Ale ซึ่งมีการพัฒนามาจากสูตรที่เคยขายแบบสดที่ร้าน โดยไปผลิตกันที่โรงเบียร์ในออสเตรเลีย และนำเข้ามาแบบถูกกฎหมายเป็นเจ้าแรกๆ เลยก็ว่าได้ นับว่าเป็นคลื่นใต้น้ำแห่งวงการนี้เลยทีเดียว เพราะชาละวัน เป็นเบียร์ที่มาแรงแบบนิ่งๆ ผลิตอย่างถูกกฏหมาย และรสชาติมีความโดดเด่น หอมมาก แถมยังได้รับรางวัลเหรียญทองจากเวทีโลกอย่าง World Beer Awards 2016 อีกด้วย 

  1. Pheebok

หนึ่งในเบียร์ที่หาตัวจับยาก หากเจอที่ไหน เราขอแนะนำว่า ไม่ควรพลาดเลย เป็นเบียร์ที่มาในรูปแบบของอาร์ตเวิร์กการ์ตูนผีสามบาท และ copywriting skill ในเฟซบุ๊กที่ชวนหลอน จนพลอยให้คิดไปได้ว่า ผู้ผลิตเป็นเจ้าอาวาสจริงหรือไม่ อย่างไรก็ตาม Haunting Style Pale Ale เป็นรุ่นมาตรฐานที่เราแนะนำ ด้วยเนื้อสัมผัสกลางๆ ไม่บางจนเกินไป ผสมกับกลิ่นฮอปส์ฟุ้งๆ ทำให้ไม่ขมหนักจนเกินไปในสไตล์ Pale Ale เชื่อได้เลยว่า คอเบียร์ต้องถูกใจอย่างแน่นอน!

  1. Udomsuk

อุดมสุขเบียร์ คือ Craft Beer ไทยเบอร์แรกๆ ที่บุกเบิกวงการ Craft Beer เลยก็ว่าได้ แต่ขอบอกว่า อาจจะหาดื่มยากสักหน่อย เพราะมักจะเจอตามงาน หรือ ไม่ก็มีวางจำหน่ายค่อนข้างจำกัดมาก แต่อุดมสุข ถือเป็นตัวแทนของรสชาติขมดุดันตามสไตล์อเมริกัน สไตล์ที่ต้องลอง คือ IPA อย่าง West Coast IPA แต่ด้วยความที่อุดมสุขมักจะมีสไตล์ใหม่หมุนเวียนอยู่ตลอด เราแนะนำว่า อย่ายึดติด และอยากให้ลองสไตล์ที่ใกล้เคียงกับความชอบของคุณ รับรองว่า คุณจะไม่ผิดหวังแน่นอนเลย

  1. Devanom

หลายคนอาจจะสงสัยว่า มันต้องอ่านว่าอย่างไร เจ้า Craft Beer ตัวนี้ อ่านว่า เทพพนม ถือเป็นเบียร์ชื่อใหม่ แต่เก๋าในวงการเบียร์บ้านเรามาตั้งแต่เริ่มต้นเลย ที่เป็นแบบนี้เพราะสองพี่น้องนักต้มเบียร์ใช้เวลาทั้งหมดในการฝึกฝน จนได้เบียร์ที่ได้รสชาติมาตรฐานตามที่ต้องการ และการันตีความฟินด้วยการได้จากรางวัล Best IPA เวที Beer Camp : Fight Club ร่วมกับ Wheat Beer ของ Triple Pearl ซึ่งเป็นอีกหนึ่ง IPA ที่ต้องหามาชิมให้ได้ ใครอยากลองแนะนำเลย รับรองว่า คุณจะฟินไม่รู้ลืม!

  1. Mahanakorn Brewery

มาต่อที่ คราฟต์เบียร์ อย่าง มหานคร เป็นเบียร์ที่เล่นกับวัตถุดิบไทยๆ อย่างชัดเจนในทุกตัวที่ผลิตออกมา ย้ำว่า ทุกตัว เป็น Craft Beer ที่เน้นความสดชื่น บอดี้ไม่หนัก บอกเลยว่า เหมาะกับอากาศบ้านเรามาก ไม่ว่าจะเป็น Simply Red Ale ถือเป็นตัวที่ใช้ข้าวกล้องหอมมะลิเป็นส่วนประกอบ ทำให้กลิ่นหอมแบบ Roasty หน่อยๆ และมีรสขมจากฮอปส์ ส่วนอีกตัวที่ต้องให้คะแนนความสร้างสรรค์ เลยก็คือ เปียกปูนเบียร์ หรือ Siam Stout เป็นสเตาต์สไตล์ไทยๆ ผสมกาบมะพร้าวเผา (Coconut Charcoal) น้ำตาลมะพร้าว และใบเตย ครบสูตรที่เปียกปูนควรแต่มีในรูปแบบพร้อมดื่มแทนนะ ว่าแล้วก็อยากลองเลยจริงๆ

 

สรุป

หากถามว่า คราฟต์เบียร์ แบบไหนรสชาติอร่อย คงไม่มีคำตอบตายตัวให้ เพราะแล้วแต่รสนิยมและความชอบของแต่ละคน แต่การจะเลือกดื่ม คราฟต์เบียร์ ให้ถูกใจ คือ อาจจะต้องตะลุยชิมก่อนว่าชื่นชอบรสชาติไหน แต่ที่แน่ๆ การรินเบียร์ก็มีส่วนสำคัญที่ทำให้เบียร์อร่อย ซึ่งเทคนิคการรินก็มีส่วนในรสชาติ โดยควรรินเบียร์ให้เกิดฟองประมาณ 2 นิ้ว เพราะการเทเบียร์ให้กระทบแก้วจนเกิดฟองจะช่วยเพิ่มกลิ่นหอมให้เบียร์ได้ แถมยังช่วยป้องกันไม่ให้ออกซิเจนลงไปทำปฏิกิริยาจนรสชาติเปลี่ยนอีกด้วย